สิงห์นักอ่าน

About

🍀 โชค…ไม่ได้เกิดจากดวงอย่างเดียว | ข้อคิดจากหนังสือ The Algebra of Luck : สมการแห่งโชค ของพี่โจ้ ธนา

“การที่คนคนหนึ่งประสบความสำเร็จ คุณคิดว่าเป็นเพราะความเก่ง…หรือเพราะโชค?”

นี่คือคำถามที่ทำให้เราได้กลับมาคิดอีกครั้งหลังอ่าน The Algebra of Luck (สมการแห่งโชค) หนังสือเล่มใหม่ของพี่โจ้ ธนา

หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่การรวมบทความจากเพจ “เขียนไว้ให้เธอ” แต่เป็นงานเขียนใหม่ทั้งหมดเล่มที่สองที่พี่โจ้เขียนระหว่างไปเยี่ยมลูกสาวที่ออสเตรเลีย และเป็นหนังสือที่ชวนเรามองคำว่า “โชค” ในมุมที่ลึกกว่าที่เคย

พี่โจ้เริ่มสนใจและอยากเขียนหนังสือที่มีแนวคิดเรื่อง “โชค” มาจากการที่ต้องเตรียมเรื่องไปบรรยายที่งาน Creative Talk ที่ธีมของงานไปในเรื่องของ AI และ Technology พี่โจ้จึงอยาก “ฉีก” ด้วยเรื่องโชคที่แม้แต่ AI ที่เก่งเท่าไหร่ก็ไม่สามารถทำนายรูปแบบหรือการเกิดโชคได้เลย

หลายคนอาจมองว่าโชคเป็นเรื่องของดวงหรือความบังเอิญ แต่พี่โจ้เสนอสมการแห่งโชคไว้ว่า…

📌 สมการแห่งโชค

Luck = Randomness × (Opportunity × Preparation) × Ecosystem

หรือพูดง่าย ๆ คือ โชคเกิดจาก 4 องค์ประกอบ

✅ ความบังเอิญ (Randomness)

✅ โอกาส (Opportunity)

✅ ความพร้อม (Preparation)

✅ สภาพแวดล้อม (Ecosystem)

🎲 บางเรื่องในชีวิต…เกิดจาก “ความบังเอิญ” จริง ๆ

Bill Gates เติบโตในโรงเรียนที่มีคอมพิวเตอร์ให้ใช้งานตั้งแต่ยุคที่แทบไม่มีใครเข้าถึงได้ซึ่ งเป็นความโชคดีระดับหนึ่งในล้าน

เมืองเกียวโตของญี่ปุ่นรอดพ้นจากระเบิดปรมาณูในสงครามโลกครั้งที่ 2 ส่วนหนึ่งเพราะรัฐมนตรีคนหนึ่งของสหรัฐเคยไปฮันนีมูนที่นั่นและหลงรักเมืองนี้
เรื่องราวเหล่านี้ทำให้เราคิดได้ว่า…

บางครั้งความสำเร็จไม่ได้มาจากความสามารถเพียงอย่างเดียวแต่โชคก็มีส่วนด้วย และการยอมรับว่าโชคนั้นมีส่วนกับความสำเร็จนั้นไม่ได้ทำให้เราดูอ่อนแอ
แต่ทำให้เรา ถ่อมตนมากขึ้น ขอบคุณชีวิตมากขึ้น และมีเมตตากับคนอื่นมากขึ้นด้วย

🚪 ถ้าประตูแห่งโอกาสยังไม่เปิด…เราสร้างมันได้

พี่โจ้เขียนเรื่องสุดโต่งของคุณสมชาย เหล่าสายเชื้อ เจ้าของธุรกิจโตโยต้าดีเยี่ยม ว่าตอนสมัครงานครั้งแรกที่ศูนย์โตโยต้า เขาไม่มีอะไรเลยและแน่นอนเขาถูกปฏิเสธ

แต่เขากลับยื่นข้อเสนอใหม่ว่า

✅ ให้ทำงานอะไรก็ได้

✅ เงินเดือนเท่าไรก็ได้

✅ ทำงานทุกวัน ไม่มีวันหยุด

สุดท้ายเขาได้รับโอกาส และนั่นกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จของเขา

หลายครั้ง…”โอกาสไม่ได้มาเคาะประตูเสมอไป” แต่เราต้องเป็นคนสร้างประตู เปิดประตูหรือกระแทกประตูให้เปิดขึ้นเอง

🎯 Luck is when Opportunity meets Preparation

โอกาสเพียงอย่างเดียวไม่พอ แต่ความพร้อมเพียงอย่างเดียวก็ไม่พอเช่นกัน

คุณต้นสน สันติธาร เคยถูกปฏิเสธจาก Harvard แต่สิ่งที่ทำให้เขาได้โอกาสในที่สุด คือการเตรียมตัวเกินกว่าที่คนอื่นทำ

คุณต้นสนต้องไปขอจดหมายแนะนำจากศาสตราจารย์ชื่อดังท่านหนึ่งเพื่อเข้า Harvard และได้โจทย์ให้ทำผลงานไปนำเสนอ เมื่อผลงานที่เตรียมไว้ชุดแรกไม่ได้รับการยอมรับ เขายังมีอีกหนึ่งทางเลือกที่เตรียมไว้ล่วงหน้าและสุดท้ายได้รับการตอบรับ

และนั่นเปลี่ยนชีวิตเขา…

เราอาจจะเรียกสิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณต้นสนว่า “โชคดี” แต่จริง ๆ แล้วมันคือ “ความพร้อมที่เตรียมไว้ก่อนโอกาสจะมาถึง”

คุณกระทิง พูลผล บอกว่าโชคดีนั้นมี 4 แบบ คือ

1) โชคแบบถูกหวย ดวงล้วน ๆ

2) โชคจากมรดก จากการเกิดมาในครอบครัวที่ได้เปรียบ

3) โชคแบบอยู่ถูกที่ถูกเวลา

4) โชคดีที่ไม่มีโชค

คุณกระทิงบอกว่าตนเองมีโชคแบบที่ 4 คือไม่มีโชค ทำให้ตัวเขาต้องขยันและพยายามมากกว่าคนอื่นหลายเท่า จนกลายเป็นทักษะสำคัญที่ทำให้คุณกระทิงประสบความสำเร็จได้

🌱 AI อาจเก่งกว่าเราในความเป็นรูปแบบ

AI นั้นเก่งในการประมวลผลข้อมูล แต่ความสามารถในการสะสมประสบการณ์ สะสมทักษะ และเชื่อมโยงสิ่งที่ดูไม่เกี่ยวข้องกันยังเป็นจุดแข็งสำคัญของมนุษย์

ทุกทักษะที่เราเรียนรู้ ทุกประสบการณ์ที่เราเก็บเกี่ยว คือการสะสม “Dots”

เพื่อวันหนึ่งเราจะสามารถ Connect the Dots ได้
และหลายครั้ง เราจะเรียกมันว่า…”โชค”

🤝 อยากโชคดี ต้องเลือก Ecosystem ให้ดี

คนเก่งเท่ากัน ขยันเท่ากัน แต่ถ้าอยู่คนละสภาพแวดล้อม ผลลัพธ์ก็อาจต่างกันมาก

พี่โจ้อ้างอิงแนวคิดของ Adam Grant ที่แบ่งคนออกเป็น 3 กลุ่ม

• Giver

• Matcher

• Taker

Giver คือคนที่ชอบให้ ชอบช่วยเหลือคนอื่น

คนกลุ่มนี้อาจล้มเหลวได้มากที่สุด หากอยู่ท่ามกลาง Taker

แต่ก็สามารถประสบความสำเร็จได้มากที่สุด หากอยู่ในกลุ่ม Giver ด้วยกัน เพราะทุกคนช่วยผลักดันกันให้เติบโต

ดังนั้น…หนึ่งในวิธีสร้างโชคที่ดีที่สุด อาจไม่ใช่การวิ่งหาโอกาสใหม่ แต่คือการเลือกหรือนำตัวเองไปอยู่ท่ามกลางคนที่ดี แต่คำถามคือเราจะทำอย่างไรให้คนดี ๆ อยากให้เราอยู่ด้วย?

❤️ ความลับของคนที่ใคร ๆ ก็อยากช่วย

อีกข้อคิดที่ผมชอบมากคือเรื่อง Likeability ที่พี่โจ้พูดถึงบ่อยมาก ๆ

มีงานวิจัยในโรงเรียนหลายพันแห่งถามนักเรียนว่า “คุณชอบใครมากที่สุด?”

ผลลัพธ์กลับพบว่า…คนที่ได้รับความนิยมมากที่สุด

ไม่ใช่คนเรียนเก่งที่สุด

ไม่ใช่นักกีฬาที่เก่งที่สุด

ไม่ใช่คนที่หน้าตาดีที่สุด

แต่เป็นคนที่ “ชอบคนอื่น” มากที่สุด

ฟังดูง่าย แต่ทรงพลังมากเพราะคนที่ชอบคนอื่นก่อน มองเห็นข้อดีของคนอื่น มักจะได้รับความชอบจากคนอื่นกลับมาเสมอ

📌 พี่โจ้ปิดท้ายในหนังสือไว้ว่า นอกจากเราจะแสวงหาโชคให้กับตัวเองแล้ว ให้เราลองมองในมุมกลับกันว่าแล้วเราหละ เป็นโชคดีให้กับคนอื่นรึเปล่า ?

เราควรจะทำตัวและใช้ชีวิตให้คนอื่นรู้สึกว่าเจอเราแล้วเป็นโชคดีของเขาด้วย

หากเราอยาก “โชคดี” ก็ควรทำตัวเป็น “โชคดี” ของคนอื่นด้วยเช่นกันครับ 🍀

“โชคดี” มาก ที่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้ครับ

Pawin Surattanasunya Avatar

Published by

Categories:

Leave a Reply