สรุปหนังสือ What I wish I knew about luck หนังสือเล่มใหม่ของผู้เขียน What I wish I knew when I was 20 ทำอย่างไรให้โชคดีมากขึ้น?

Tina Seelig ผู้เขียนหนังสือเล่มดังอย่าง what I wish I knew when I was 20 ออกหนังสือเล่มใหม่ที่เหมือนต่อยอดมาอีกว่า หลายคนที่ประสบความสำเร็จเรามักมองว่ามีเรื่องของโชคมาเกี่ยวข้องด้วย ว่าแต่ทำไมคนบางคนถึงโชคดีตลอดเลย? หรือโชคดีกว่าคนอื่นตลอด คำว่าโชคดีนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร?
ผู้เขียนมีความเชื่อว่าโชคดีที่เกิดขึ้นนั้นเป็นสิ่งที่เกิดจากการกระทำของเรานั่นเอง และจะมาบอกเราว่า การจะทำให้เรามีโอกาสโชคดีมากขึ้นนั้นทำได้อย่างไรบ้าง
สรุป 25 แนวคิดสำคัญจากหนังสือ what I wish I knew about luck
1. Fortunate นั้นมีความหมายต่างกับ luck ถ้าผมจะแปลเป็นภาษาไทยขอแปลว่า ดวงดี กับ โชคดี แล้วกัน ดวงดีอาจเกิดจากสิ่งที่เรากำหนดไม่ได้เลย แต่ความโชคดีนั้นเราสามารถทำบางสิ่งบางสิ่งเพื่อให้เกิดขึ้นได้ และนั่นคือสิ่งที่ Tina ต้องการบอกเราในหนังสือเล่มนี้
2. ความดวงดีนั้นคล้าย ๆ กับการเล่นการซื้อลอตเตอรี่หรือเสี่ยงดวง ที่เราไม่สามารถควบคุมผลลัพธ์ได้เลย แต่ความโชคดีนั้นต่างกันออกไปคือการที่เราเพิ่มโอกาสในการได้ผลลัพธ์ที่เราต้องการได้
3. โชคนั้นเหมือนสายลมที่จะพัดผ่านเรามาเมื่อไหร่ก็ไม่อาจบอกได้ เราไม่สามารถควบคุมลมที่พัดผ่านมาได้ แต่สิ่งที่เราทำได้คือทำตัวให้พร้อมเปิดรับลมหรือโชคที่จะผ่านมาตลอดเวลา และการเตรียมตัวให้พร้อมรับโชคนั้นเป็นทักษะที่เราสามารถฝึกฝนได้
4. หน้าที่ของเราคือให้เตรียมตัวเราให้พร้อมกับโชคที่จะพัดผ่านมาหาเรา ซึ่ง Tina วางกรอบไว้ให้เราทำสามอย่าง ได้แก่
[1] การจะรับลมหรือโชคให้ได้ดี เราต้องสร้างพื้นฐานเรือของเราให้ดีก่อน เปรียบได้ถึงการสร้าง mindset, core values skills ต่าง ๆ ของตัวเราเองให้พร้อม รวมถึงเป้าหมายของเราต้องชัดเจน
Louis Pasteur บอกว่า “Fortune favors the prepared mind”
[2] หาเพื่อนร่วมทาง น้อยครั้งที่เราจะโชคดีได้ด้วยตัวเราเองคนเดียว เราจำเป็นต้องมีเพื่อน โค้ช หรือคนรู้จักอื่น ๆ ที่สร้างโอกาสให้เรา
[3] ต้องชักใบเรือเราขื้นและบังคับทิศทางเรือของเราให้ดี หมายความว่า เราต้องทำงานหนักและมีการทำบางอย่างเพื่อควบคุมชีวิตเรา
5. ข้อสุดท้ายสำคัญมาก ว่าเราต้องทำอะไรบางอย่าง เพราะถึงแม้ว่าเราจะมี mindset ที่ดีแล้วแต่เรานั่งเฉย ๆ ไม่ทำอะไร โชคดีคงไม่เกิดขึ้นง่าย ๆ
6. Richard Wiseman ได้ทำการศึกษาและก็พบว่าคนที่รู้สึกว่าโชคดีกว่าคนอื่น มักจะพยายามหาโอกาสต่าง ๆ ตลอดเวลา รวมถึงเขามักจะเชื่อใน gut feeling ของตัวเองและลงมือทำทันที เขามักจะมองโลกในแง่ดี เชื่อว่าสิ่งดี ๆ นั้นจะเกิดขึ้นกับตัวเขา และสุดท้ายเขามักจะเปลี่ยนเรื่องร้าย ๆ ให้กลายเป็นเรื่องดี ๆ ได้
7. การมี core value ของเราก็เหมือนการมีเรือที่มีพื้นฐานที่แข็งแรงและมั่นคง ที่จะช่วยให้เราตัดสินใจสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างชัดเจน Roy Disney ผู้ร่วมก่อตั้ง Disney กล่าวไว้ว่า “When your values are clear to you, making decisions becomes easier”
8. เราต้องรู้จักตัวเราเองว่า risk profile เราเป็นอย่างไร เรารับความเสี่ยงได้ขนาดไหน ลิมิตของตัวเราอยู่แค่ไหน แล้วลองเทียบกับเป้าหมายที่เราอยากได้ เราอาจจะต้องปรับตัวเพิ่มลิมิตของตัวเราเองเพื่อให้สามารถเปิดโอกาสใหม่ ๆ เพิ่มมากขึ้น
9. ต้องรู้ strength และ weakness ตัวเอง ว่าจะเอา strength ไปใช้เพิ่มโอกาสอะไรได้บ้าง ส่วน weakness เราจะปรับปรุงได้อย่างไร เพื่อที่ว่าหากโอกาสมา เราจะได้คว้ามันได้ไม่หลุดมือ
คนที่ประสบความสำเร็จมักเริ่มจากการใช้ strength ของตัวเองเป็นหลักและเสริมด้วยทักษะปละความรู้อื่น ๆ ผสมเข้าไป
“Talent x Investment = Strength”
10. “Luck seldom sails solo” โชคดีมักจะเกิดจากคนอื่น ๆ ที่หยิบยื่นโอกาสให้เรา ดังนั้นให้กล้าที่จะขอความช่วยเหลือหรือขออะไรจากผู้อื่น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการขอก็ต้องมีศิลปะและวิธีการที่เหมาะสม เช่น เราต้องมี story ที่น่าสนใจและทำให้คนที่เราจะขอความช่วยเหลือ อยากที่จะช่วยเรา ซึ่งเราหากเรารู้ แรงจูงใจของเขาหรือมี mutual benefit หรือผลประโยชน์ร่วมกันก็จะทำให้เราสามารถหาวิธีได้การขอความช่วยเหลือได้ง่ายยิ่งขึ้น
11. ยากที่คนอื่นจะรู้ว่าเราอยากจะได้อะไรหากเราไม่เป็นคนบอกเขา แต่การขอความช่วยเหลือ เราต้องทำตัวให้เขาช่วยเราได้ง่าย ๆ ด้วย นอกจากนั้นควรจะช่วยเขาตอบแทนกลับ
12. การมี gratitude หรือการขอบคุณผู้อื่นเป็นประจำมักจะช่วยให้เกิดโชคกับเรามากขึ้นอีกในอนาคต
13. การมีน้ำใจและช่วยเหลือผู้อื่นอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้เราโชคดีมากขึ้น เพราะมีแนวโน้มที่คนเหล่านั้นจะให้ความช่วยเหลือเรากลับในอนาคต สิ่งนี้เรียกว่า “pay it forward” effect
14. Trust หรือความไว้ใจเป็นสิ่งสำคัญมากที่จะทำให้คนอื่นให้โชคดีกับเรา แต่ trust ไม่ใช่สิ่งที่สร้างได้ชั่วข้ามคืน ต้องใช้เวลาพอสมควรจากการกระทำที่สม่ำเสมอ
15. Tina มีเทคนิคที่น่าสนใจในการสร้าง trust ระหว่างกันสำหรับคนในทีม คือ การทำ user manual ของตัวเอง และแชร์ให้คนอื่นทราบว่าการจะทำงานกับเราต้องทำแบบไหน เพราะแต่ละคนมีนิสัยแลละความต้องการ วิธีการทำงานที่แตกต่างกัน วิธีนี้ก็อาจจะช่วยให้คนอื่นเข้าใจเรามากขึ้นได้
16. หลาย ๆ ครั้งความขัดแย้งหรือ conflict กับผู้อื่นทำให้โชควิ่งออกห่างจากเรา ให้เราพยายามทำความเข้าใจความขัดแย้งนั้นและคนที่ขัดแย้ง เพราะทุกคนมักจะมีเหตุผลที่ทำให้คิดหรือปฏิบัติแบบนั้น แต่เรามักจะไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลัง หากเราเข้าใจจุดนี้และพยายามจะเปิดใจไม่คิดลบ ก็เป็นอีกสิ่งที่จะช่วยเปิดโอกาสสำหรับโชคดีให้เราได้
17. Thomas Jefferson กล่าวไว้ว่า “The harder I work the luckier I get” ยิ่งเราทำงานหนักเราจะยิ่งโชคดี
18. การเปิดโอกาสให้กับความโชคดีมีมากมาย ตั้งแต่การไปพบคนใหม่ ๆ และการตอบรับที่จะทำสิ่งใหม่ ๆ
19. การสะสมการกระทำสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ มักจะเป็นเชื้อเพลิงที่ดีที่ทำให้เกิดโชคกับเรา
20. คนที่โชคดีมักเป็นคนอยากรู้อยากเห็น และช่างตั้งคำถาม และการจะตั้งคำถามที่ดีได้ เราต้องเป็นคนฟังที่ดีให้ได้ก่อน
21. คนที่ล้มแล้วลุกกลับมาต่อ หรือมี resilience มีโอกาสจะเจอโชคดีมากกว่า พูดง่ายแต่ทำยาก การจะลุกกลับมาทำสิ่งที่ต้องทำต่อได้ เราต้องรู้จักการจัดการอารมณ์ของเราให้ได้ และพยายามคิดบวก โดยการ reframe ความคิดของเราเสียใหม่ว่า ความผิดพลาดคือล้มเหลว ก็คือประสบการณ์ให้เราได้เรียนรู้และเก่งขึ้นนั่นเอง
22. บางครั้งเราต้องสร้างโชคขึ้นมาเองด้วยการรู้จักมองปัญหาให้เป็นโอกาส
23. ต้องรู้ว่าเมื่อไหร่ต้องตอบตกลง เมื่อไหร่ที่ต้องปฏิเสธ เพราะจะช่วยให้เราใช้เวลาและทรัพยากรที่จำกัดไปทำสิ่งที่เป็นเป้าหมายของเราจริง ๆ การตอบปฏิเสธอย่างสุภาพเป็นทักษะที่ต้องฝึกฝนเช่นกัน
24. ต้องกล้าที่จะออกจาก comfort zone กล้าที่จะทำอะไรที่ท้าทายมากขึ้น แน่นอนว่าแรก ๆ เราอาจมีความกลัว แต่เมื่อไหร่ที่เราลองทำแล้วสำเร็จ เราก็จะมีความมั่นใจมากขึ้นเรื่อย ๆ ไปเอง
25. ข้อสุดท้าย Tina สรุปไว้ให้ว่า เรื่องของโชคเป็นเรื่องของเกมระยะยาว สิ่งที่จะช่วยเอื้อให้เรามีโชคที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นต้องไว้เวลาในการทำสะสมมาเรื่อย ๆ อย่างสม่ำเสมอ โชคเป็นเหมือนลมที่มีอยู่ตลอดเวลา แต่เราอาจจะมองไม่งั้น ดังนั้นให้เราเตรียมตัวเราให้พร้อมตลอดเวลาเพื่อที่จะเปิดรับโชคเหล่านั้นที่จะเข้ามาครับ
หลายคนอาจจะรู้สึกว่าทำมาหลาย ๆ อย่างแล้วแต่โชคไม่เห็นเคยมาหาเราเลย ส่วนตัวคิดว่ามันอาจจะยังไม่ใช่จังหวะที่เหมาะสม ให้เราตั้งหน้าตั้งตาทำสิ่งทื่ควรจะทำต่อไป ยึดมั่นใน core values ของตัวเองและทำงานหนัก เชี่อว่าสายลมแห่งโชคจะมากระทบกับเราซักวันหนึ่งแน่ ๆ
ขอให้ทุกคนโชคดีนะครับ ![]()

Leave a comment