สรุปไอเดียสำคัญจากหนังสือ “Million Dollar Weekend” ธุรกิจสร้างได้ไม่ยากใน 48 ชั่วโมง โดย Noah Kagan

หนังสือเล่มนี้จะเอาประสบการณ์ตรงของผู้เขียนมาเล่าให้ฟังว่าการสร้างธุรกิจนั้นเขาทำยังไงบ้าง ซึ่งเขาก็จะเล่าและก็มีตัวอย่างการทำจริงมาให้ดูด้วย แต่สิ่งที่อ่านหนังสือเล่มนี้แล้วผมได้มากกว่านั้นคือ แนวคิดของการที่เราจะทำอะไรก็ตามให้ประสบความสำเร็จที่ประกอบไปด้วยการตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน การพยายามโดยไม่ย่อท้อ รวมไปถึงการสร้างความแตกต่างในตัวเราเองด้วย
Noah Kagan ผู้เขียนเริ่มต้นจากการเป็นพนักงานคนที่ 30 ของ facebook แต่เขาเล่าว่าการที่เขาชอบเสนออะไรใหม่ ๆ ตลอดถูกมองว่าไม่ focus จนเขาโดนเชิญออกจากบริษัท ซึ่งทำให้เขาพลาดเงินที่เขาควรจะได้จากการมีหุ้นของ facebook เมื่อ facebook เข้าตลาดหุ้นในปี 2012
แต่หลังจากนั้นเขาก็กลับมามุ่งมั่นกับการทดลองสร้างธุรกิจของตัวเอง โดยทดลองทำไปหลายอย่างมาก จนมาประสบความสำเร็จกับ AppSumo แพลตฟอร์มออนไลน์ ที่รวบรวมดีลราคาพิเศษของซอฟต์แวร์ ต่าง ๆ
Noah บอกว่าคนส่วนใหญ่มักจะคิดเสมอว่าเราไม่เคยพร้อมที่จะตั้งธุรกิจของเราเอง ซึ่งข้ออ้างที่บอกว่าไม่พร้อมมักจะมาจาก เช่น เราไม่มีไอเดียเลย หรือมีไอเดียมากเกินไปจนเลือกไม่ถูกว่าจะทำอะไรดี การตั้งธุรกิจมันมีความเสี่ยงมากไป เคยทำแล้วแต่ขาดทุน เจ๊ง เราขยายธุรกิจต่อไม่เป็น เราไม่มีเวลา เราไม่มีความรู้มากพอ ไม่มีเงินลงทุน เราไม่เก่งการทำการตลาด หรือไม่มีคนช่วยหรือใช้เทคโนโลยีไม่เป็น
แต่จริง ๆ แล้ว Noah บอกว่าหากเราอยากลองสร้างธุรกิจขึ้นมาจริง ๆ เรายังไม่ต้องกังวลหรือคิดถึงเรื่องข้างบน เราแค่ “เริ่ม” ทำ
กระบวนการสร้าง Million Dollar Weekend ของ Noah มีง่าย ๆ ดังนี้ คือหาปัญหาที่คนเจอแล้วหาทางแก้โดยลอง validate idea แบบยังไม่ต้องลงเงินก่อน
Start it – ขั้นตอนแรกคือการคิดเริ่มสร้างธุรกิจ
- Noah บอกว่า the magic of now หรือ การเริ่มทำตั้งแต่ตอนนี้เป็น superpower เลย หากใครทำได้จะแตกต่างจากคนอื่นได้ทันที เพราะปัญหาของคนส่วนมากคือไม่เริ่มสักที
- ขั้นตอนแรกสุดในการเริ่มสร้างธุรกิจก็คือให้เราเริ่มเลยโดยไม่ต้องรอให้เราพร้อมหรือรออะไรทั้งนั้น
- ให้เราเริ่มจากการตั้งเป้าหมายว่าเราอยากมีรายได้เท่าไหร่ที่ทำให้เราอยู่ได้แบบมีอิสระและมีความสุข Noah เรียกตัวเลขนี้ว่า Freedom Number
- Freedom Number มาจากไหน? ก็มาจากค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เราต้องใช้ในแต่ละเดือน แล้วให้เรา focus ไปกับตัวเลขนี้ในการตั้งเป้าหมายของธุรกิจของเรา
- ให้เราทำตัวให้ชินกับการถูกปฏิเสธ เพราะการจะทำธุรกิจใหม่ไปนำเสนอ หรือขายใคร เราจะโดนปฏิเสธเป็นเรื่องปกติ ให้เราตั้งเป้า rejections goals ไปเลยยย
- ให้เรากล้าบอกสิ่งที่เราต้องการไปเลยตรง ๆ ในหนังสือให้เราฝึกทักษะนี้โดยการไปร้านกาแฟแล้วขอส่วนลดดื้อ ๆ โดยไม่ต้องอธิบายอะไรทั้งนั้น การขอสิ่งที่เราต้องการตรง ๆ มีโอกาสถูกปฏิเสธเป็นเรื่องปกติ แต่มี upside ที่สูงมากหากเราได้จริง ๆ
Build it – ขั้นตอนที่สองคือ การสร้าง
- อย่างแรกเลยคือเราต้องหาไอเดียธุรกิจได้ก่อน โดย Noah เรียกว่า Million-Dollar Ideas
- ไอเดียจะได้มาจากไหน? ลูกค้าจริง ๆ ไม่ได้สนใจว่าเรามีไอเดียอะไร เจ๋งขนาดไหน แต่เขาสนใจแค่ว่าเราแก้ปัญหาให้เขาได้หรือเปล่า
- เราต้องทำธุรกิจที่มีลูกค้าต้องการและพร้อมที่จะจ่ายเงินให้จริง ๆ
- Steve Jobs บอกว่าเราจำเป็นต้องเริ่มจาก customer experience แล้ว work backwards กลับมา
- Noah ให้ framework ในการคิดธุรกิจ โดยเราต้องถามตัวเอง 3 อย่างนี้คือ
- Who you are selling to?
- What problem you’re solving?
- Where they are
- เราต้องขายไอเดียในกลุ่มเล็ก ๆ ก่อนโดยยังไม่ต้องลงทุนอะไร ยังไม่ต้องสร้างอะไรเพื่อที่จะ validateสิ่งที่เราจะทำนี่มันมีคนจ่ายเงินซื้อจริง ๆ นะ
- การหาไอเดียธุรกิจให้เริ่มจากการหาปัญหาที่เราเจอ หรือรอบ ๆ ตัวเราเองก่อนเลยและให้พยายามหาวิธีแก้ หรือ solutions ของปัญหานั้น ๆ หลังจากนั้นลองไปดูปัญหาของคนรอบตัวเรา และลองขยับไปดูปัญหาของคนในสังคมจากโลก social หรือตาม marketplace กลุ่มต่าง ๆ อาจจะช่วยให้เราได้ไอเดียได้ เพราะคนที่มีปัญหามักจะไปถามวิธีแก้จากกลุ่ม social ต่าง ๆ เสมอ
- เราสามารถหาเทรนด์ธุรกิจที่นิยมได้จาก google trends ที่บอกเราได้ว่าคนค้นหาเรื่องอะไรมากที่สุดในช่วงนี้
- แล้วเราจะหาลูกค้าจากที่ไหน ? แน่นอนว่าเราต้องเริ่มจากคนใกล้ตัวนี่แหละไม่ว่าจะเป็นเพื่อน เพื่อนร่วมงาน หรือคนใน community ที่เราอยู่ ทุกธุรกิจเริ่มจากแบบนี้เหมือนกัน
- Noah บอกว่าขั้นตอนที่ยากที่สุดก็คือการหาลูกค้านี่แหละ ไม่ใช่การหาไอเดียทำธุรกิจ
- อีกสิ่งที่สำคัญมากคือการ validate ว่าลูกค้าจะซื้อของของเราจริง เพราะมีความแตกต่างระหว่างคนที่สนใจแต่ไม่พร้อมจะจ่ายเงินกับคนที่พร้อมจ่ายเงินเลย
- ให้เราหา Dream Ten List หรือคน 10 คนแรกที่เราจะไป validate ไอเดียให้ได้แล้วติดต่อเขาไปแบบ active communication หรือการโทรหา ส่งข้อความหา
Grow it – ขั้นที่สาม คือการทำธุรกิจให้มันโตขึ้น
- “Social media is growth” social media เป็นช่องทางที่ช่วยให้เราขยายธุรกิจได้ internet ทำให้คนทุกคนสามารถมี broadcasting power เท่ากันได้
- แต่เราจำเป็นต้องหา “true fans” ของเราให้ได้จริง ๆ คนที่พร้อมจะสนับสนันเราจริง ๆ ยอด followers เยอะมากไม่ได้จำเป็น แต่ true fans จะเป็นคนที่พร้อมจ่ายเงินให้เรา
- ต้องหาสิ่งที่ unique ของตัวเราเองในการนำเสนอให้ได้ เพื่อจะเป็น unfair advantage เช่น เราเป็นใคร ทำไมคนอื่นต้องฟังหรือสนใจเรา
- เลือก platform ใน social media ให้ถูกและเหมาะกับเรา สำหรับ Noah ตัวเขาให้เต็มร้อยกับ ช่อง YouTube ที่ช่วยให้เราขยายธุรกิจเขาเติบโตได้อย่างมาก
- การทำ content ให้ใช้หลักการ Content Circle Framework คือค่อย ๆ เริ่มจากกลุ่มผู้ชมผู้ฟังกลุ่มเล็ก ๆ ก่อนที่เรียกว่า Core Circle ของเรา โดยเนื้อหาจะค่อนข้างจำเพาะเจาะจงเฉพาะกลุ่มแล้วจึงค่อยขยายวงกว้างออกไปเรื่อย ๆ เป็น Medium Circle และไปเป็น Large Circle ที่เป็นเรื่องที่คนทั่วไปสนใจ
- ต้องหา “unique viewpoint” ในการทำ content คือนำเสนอความแตกต่าง เช่น เรื่องอะไรที่คนคิดว่าจริงแต่ส่วนตัวเรามองว่ามันไม่ถูกต้อง หรือ อะไรที่เป็นสิ่งผิดพลาดที่คนส่วนใหญ่มักทำไปโดยไม่รู้ในเรื่องหนึ่ง ๆ
- ให้ “Be the Guide Not the Guru” ทำตัวเป็นคนให้คำแนะนำในมุมมองของตัวเราเอง ไม่ทำตัวเป็นผู้รู้ที่บอกคนอื่นให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ หรือบอกว่าอะไรถูกผิด Noah บอกว่า video ที่ดังมักจะนำเสนอประมาณว่า “How I….” มากกว่าจะบอกว่า “How to…”
- Email list หรือ email subscriber เป็นอาวุธที่สำคัญมาก Noah บอกว่ารายได้ของเขา 50% มาจากูกค้าจาก email list และสถิติเป็นอย่างนี้ต่อเนื่องมาเป็นสิบปีแล้ว
- ข้อเสียของการใช้ social media คือหาก algorithm เปลี่ยน ลูกค้าหรือลูกเพจเราก็อาจไม่เห็น content ของเราได้ทันที แต่ email จะไม่เป็นแบบนั้น หากเขาเช็ค email ก็จะเห็น แล้ว Noah บอกว่า 89% ของคน (น่าจะอเมริกัน) นั้นเช็ค email ทุกวัน
- การจะได้มาซึ่ง email ของลูกค้าก็จะได้มาโดยการทำ content แล้วมี landing page เช่น นำเสนออะไรซักอย่าง หรือการแก้ปัญหาบางอย่างให้ลูกค้าแล้วให้เขาใส่ email เพื่อให้เราส่ง content หรือ products/services ไปให้
- Noah บอกให้เราใช้ The Law of 100 คือไม่ว่าเราจะสร้าง channel ของเราทำ content อะไรก็ตาม ให้ทำให้ถึง 100 ครั้งก่อน โดยไม่ต้องสนใจว่ามีคนอ่าน คนกดไลค์ หรืออะไรเท่าไหร่ หลังจากนั้นค่อยมาคิดว่าจะทำต่อหรือล้มเลิก คนส่วนใหญ่นั้นล้มเลิกก่อนจะครบ 100 ครั้ง
- การทำ marketing เพื่อเพิ่มยอดขายนั้นจำเป็นต้องใช้การทดลอง ลองผิดลองถูก เราไม่มีวันรู้จริง ๆ ว่าช่องทางนี้จะมี impact มากสุด เราสามารถตั้งสมมติฐานเบื้องต้นว่าช่องทางไหนจะก่อให้เกิดรายได้เท่าไหร่ แล้วลองทดลองทำเล็ก ๆ ก่อน เมื่อเราได้ยอดที่แท้จริงให้กลับมาดูว่าช่องทางไหน work สุดแล้วค่อยปรับกลยุทธ์อัดไปในช่องทางนั้น
- แทนที่จะไป focus แค่การหาลูกค้าใหม่ เราจำเป็นต้องรักษาให้ลูกค้าปัจจุบันมีความสุขและยังคงอยู่กับเราต่อไปด้วย เพราะลูกค้าปัจจุบันนี่แหละนอกจากจะสร้างรายได้ให้เราสม่ำเสมอแล้วก็จะมีส่วนบอกต่อทำให้เราได้ลูกค้าใหม่ได้ด้วย
- และ Noah บอกว่าการจะทำธุรกิจหรือเป็นผู้ประกอบการที่ดีและประสบความสำเร็จนั้นเราต้องมีทีม หรือมีคนรอบ ๆ ตัวเราคอยช่วยเหลือเรา
บทส่งท้าย
สุดท้าย Noah ได้บอกว่าเราเป้าหมายในชีวิตของคนเราจริง ๆ คือ การมีอิสระ (freedom) ที่เราจะได้ใช้ชีวิตอย่างที่เราอยากจะทำและมีความสุขในแบบของเรา สุดท้ายเราอาจจะสร้างธุรกิจที่เรามีและประสบความสำเร็จได้จริง ๆ แต่เราก็อาจจะไม่มีความสุขหรือไม่มีอิสระอย่างที่เราต้องการก็เป็นได้…
ความสุขและอิสระของบางคนอาจหมายถึง การได้ใช้เวลากับครอบครัวและคนที่เรารัก ได้ทำกิจกรรมที่เราชอบ ซึ่งแตกต่างกันออกไป เราอาจจะไม่ได้มีธุรกิจเป็นของตัวเอง และเป็นพนักงานทำงานประจำซึ่งเราก็อาจจะมีความสุขอยู่แล้วในชีวิตแบบนั้นก็เป็นไปได้…การจะสร้างธุรกิจเป็นของตัวเองเป็นแค่ความฝันของคนกลุ่มหนึ่งเท่านั้นเอง ไม่ใช่ทุกคน
Noah ได้แนะนำให้เราเริ่มจากการเปลี่ยนความฝันเป็นการตั้งเป้าหมายหรือ Goals ในชีวิตเราเองในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการงาน สุขภาพ หรือเรื่องส่วนตัวอื่น ๆ เช่น การเดินทางท่องเที่ยว
หลังจากนั้นในชีวิตเราแต่ละวันให้เราจัดตารางเวลาและให้ความสำคัญกับสิ่งต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับเป้าหมายของเรา โดยเราอาจจะลงตารางเวลาของการทำกิจกรรมต่าง ๆ เป็นสี ๆ โดยแบ่งเป็นหมวดหมู่ตามเป้าหมายของเรา ซึ่งจะทำให้เราเห็นได้ชัดว่าเราใช้เวลาไปกับสิ่งไหนมากน้อยเท่าไหร่
เราจำเป็นต้องออกแบบและนิยามความสำเร็จในชีวิตตัวเราเอง และการที่เราจะประสบความสำเร็จอะไรสักอย่างเราถามตัวเองว่าเราพร้อมที่จะล้มเหลวกี่ครั้ง?
เราจำเป็นต้องทดลองทำ ลองผิดลองถูกซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเราทำมันสำเร็จ
To experiment, experiment, experiment. To fail, fail, fail. Until you succeed…

Leave a comment